ยำปูเค็ม กับมะม่วงเปรี้ยว

เห็นแล้วน้ำลายสอ อดเอามาฝากกันไม่ได้เห็นแล้วต้องนำ้ลายสอ แต่วันนี้ไปดูการทำยำปูเค็มในครัวบ้านพิมดีกว่าค่ะ น่าอร่อยมาก

พูดถึงอาหารที่ทำจาก “ปู (แสม) เค็ม”  …  อันดับต้น ๆ เลย หลายคนคงจะนึกไปถึงส้มตำใส่ปูเค็ม  ตำปูเค็ม หรือไม่ก็หลนปูเค็ม ซึ่งหาทานกันได้ง่าย ๆ อย่างแน่นอน    แต่วันนี้พิมมีเมนูเกี่ยวกับปูเค็มที่หาทานได้ยาก  ทั้งที่แสนจะทำง่ายมาฝากกันค่ะ

“ยำปูเค็ม” … จะว่าไป อาหารจานนี้ถือเป็นอาหารจานโปรดของพิมกับแม่เลยค่ะ  เรียกได้ว่าถ้าวันไหนทำ  เราสองคนแม่ลูกจะมานั่งซี๊ด ซ๊าด ซู๊ดกันอยู่หน้าจานยำปูเค็มอย่างเมามันเลย

 

แต่ก่อนจะไปดูวิธีทำ ว่าทำยังไง  เรามาดูเครื่องปรุง และส่วนผสมกันก่อนนะคะ … ก็จะมี

:: ส่วนผสมและเครื่องปรุง ::

1. ปูเค็มตัวใหญ่ 9 ตัว
2. มะม่วงดิบเปรี้ยว 2 ลูก
3. น้ำตาลปี๊บ 50 กรัม
4. หอมแดงซอย 50 กรัม
5. น้ำปลาอย่างดี 1 – 2 ช้อนกินข้าว
6. พริกขี้หนู  (ชอบเผ็ดมากใส่มาก ชอบเผ็ดน้อยใส่น้อย) …. ซอยหยาบ/ละเอียด ตามชอบ
7. น้ำมะนาว (เผื่อไว้สำหรับหากมะม่วงเปรี้ยวไม่พอ)
 


 

:: การเตรียมปูเค็ม ::

เพื่อให้ถูกสุขลักษณะมากขึ้น  เราจะทำการลวกปูในน้ำเดือดกันก่อนสัก 1 น้ำนะคะ

วิธีการก็คือ … นำน้ำสะอาด ปริมาณสัก 2 ถ้วย ใส่หม้อหรือกระทะก็ได้ค่ะ แล้วเอาไปตั้งไฟให้เดือด  … พอน้ำเดือด ก็จัดการหย่อนปูเค็มลงไปทั้งหมอ   แล้วเอาทัพพีคนๆ 3-4 ที พอปูเปลี่ยนสี  และน้ำเดือดอีกครั้ง  ก็เอาตะหลิวโปร่งหรือกระชอน ช้อนปูขึ้นมา แล้วพักไว้ให้สะเด็ดน้ำค่ะ

 


 

จากนั้นก็นำปูแต่ละตัวมาดึง  ”จะปิ้ง” ทิ้งไป  (ที่มีลักษณะเป็นสามเหลี่ยม ตามลูกศรีสีเขียวชี้-ในภาพ)
แล้วก็ดึงกระดองปูออกมาด้วนะคะ  แต่ว่ากระดองปูนี่ เราไม่ทิ้งค่ะ จะเอามายำด้วย  (ตรงกระดอง จะมีมันปูเยอะ อร่อยค่ะ ^^) …. พอดึงกระดองปูออกแล้ว  ก็ให้ฉีกปูแต่ละตัวออกเป็น 2 ส่วนตามแบบในภาพเลยค่ะ


ก็เป็นอันเสร็จขั้นตอนการเตรียมปูเค็ม … จะได้ปูออกมาลักษณะแบบนี้นะคะ  .. ก็พักเอาไว้ก่อน


มาดูที่มะม่วง … เราจะใช้มะม่วงดิบแบบเปรี้ยว ๆ ในการยำค่ะ  ซึ่งปกติแล้วมะม่วงที่ใช้ยำอะไรแบบนี้ คนส่วนใหญ่มักจะใช้มะม่วงน้ำดอกไม้ดิบ  เพราะว่ามันให้ความเปรี้ยวสะใจมาก แถมยังเนื้อเยอะด้วย  ปอกแค่ลูกสองลูกก็เต็มชามแล้ว …  แต่โดยส่วนตัวพิมจะนิยมใช้มะม่วงทวายหรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ มะม่วงสามฤดูมากกว่ามะม่วงน้ำดอกไม้ค่ะ  เพราะมะม่วงทวายเนี่ย   มีลักษณะเนื้อที่แข็งกรอบ  เวลาเอามายำ เนื้อมะม่วงก็จะไม่เละ นิ่มปวกเปียกเหมือนมะม่วงน้ำดอกไม้อ่ะค่ะ …..   แต่ถ้าไม่มีมะม่วงทวาย  ก็ใช้มะม่วงน้ำดอกไม้นี่แหละ  หาง่ายกว่ากันเยอะเลย

ก็เอามะม่วงมา 2 ลูกนะคะ  (ถ้าน้ำดอกไม้ ใช้ลูกเดียวใหญ่ ๆ ก็พอ) ปอกเปลือก แล้วไปล้างยางออก  จากนั้นก็เอามาสับให้หมดทั้ง 2 ลูกตามในภาพนี้เลยค่ะ  … สับเสร็จ ก็พักเอาไว้ก่อน

ป.ล. มะม่วงที่เห็นในภาพ 2 ลูก น้ำหนัก 4 ขีดกว่า ๆ สับแล้วได้เนื้อมะม่วงราว ๆ  250 กรัมนะคะ


จากนั้นก็หันมาปรุงน้ำยำกันค่ะ … ซึ่งน้ำยำของยำปูเค็มเนี่ย  ส่วนผสมน้อยมากเลยค่ะ เพราะว่ามีแค่น้ำตาลปี๊บกับน้ำปลาเอง   แล้วบางทีน้ำปลาก็ไม่ต้องใส่ค่ะ  แต่เผอิญว่าปูเค็มที่พิมได้มา ไม่ค่อยเค็มเท่าไหร่  แล้วยังเสียความเค็มไปตอนลวกอีก  เลยต้องใช้น้ำปลาช่วยเพิ่มความเค็มค่ะ … เพราะฉะนั้นก่อนจะผสมน้ำยำ  จะต้องชิมปูเค็มของแต่ละคนก่อนนะคะ ว่าเค็มขนาดไหน  ถ้าเค็มมากแล้ว  ไม่ต้องใส่น้ำปลาก็ได้ค่ะ  แต่ถ้าเค้มน้อยไป  จะเติมน้ำปลาเพิ่มแบบพิมก็ได้    แต่อย่าเพิ่งผสมน้ำปลาลงไปในน้ำยำเยอะนะคะ  ให้เหลือเอาไว้จากที่คิดหน่อย  เผื่อเค็มเกินไปแล้วจะแก้ยาก  แต่ถ้าปรุงเสร็จแล้ว ยำเสร็จแล้ว เค็มน้อยไป  เรายังสามารถเติมเพิ่มได้อ่ะค่ะ

ส่วนผสมน้ำยำของพิมก็จะมี น้ำตาลปี๊บประมาณ 50 กรัม  แล้วก็น้ำปลาดี ๆ สัก 2 ชต. ค่ะ  …. ผสมโดยใช้ช้อน/ทัพพี บี้น้ำตาลให้ละลาย  ถ้าหากยังไม่ค่อยละลาย เติมน้ำอุ่นลงไปช่วยได้นิดหน่อยค่ะ


 

จากนั้นพอน้ำตาลปี๊บละลายหมด … ก็ใส่หอมแดง และพริกขี้หนูที่ซอยไว้แล้วลงไป  .. แล้วก็เคล้าๆ  ให้เข้ากันดี

อ้อ ….. หอมแดงเนี่ย หากชอบทานจะใส่เยอะกว่านี้ก็ได้นะคะ  (จริง ๆ พิมชอบมาก แต่แม่ไม่ชอบ -*-)    ส่วนพริกขี้หนู ใครชอบรสเผ็ดจัด จะใส่เยอะ ๆ ก็ได้นะคะ หรือจะหั่นซอยให้ละเอียดกว่านี้ก็ตามชอบเลยค่ะ   แต่พิมแม้จะชอบกินเผ็ด   แต่ทานพริกขี้หนูเม็ดๆไม่ได้  ก็เลยต้องหั่นใหญ่อย่างนี้แหละค่ะ เผื่อไว้เขี่ยออก


 

ใส่มะม่วงสับตามลงไป แล้วก็เคล้าให้เข้ากันอีกรอบ  จากนั้นก็เอาปูเค็มที่เราเตรียมเอาไว้ในตอนแรก  ใส่ในกาละมังยำเลยค่ะ


 

คลุกเคล้าให้เข้ากันอีกรอบ … (เคล้าแบบหนักมือได้ค่ะ ไม่มีปัญหาอะไร) … ก็จะได้ยำปูเค็มกับมะม่วงเปรี้ยว ออกมาหน้าตาแบบนี้
จากนั้นอันดับสุดท้าย … ก็ตักขึ้นใส่จาน พร้อมทานได้เลยค่า ^___^ … จะทานเป็นกับข้าว จะทานเป็นกับแกล้ม หรือจะทานเป็นของทานเล่น .. ก็อร่อยได้ทุกเวลา ^^ โฮ๊ะๆ… ว่าแล้วก็ขอตัวไปทานยำปูเค็มต่อล่ะนะคะ

Comments are closed.